work-travel-indy-home
work-travel-indy-about
work-travel-indy-contact
work-travel-indy-gallery
work-travel-indy-download
work-travel-indy-links
 
work-and-travel-testonline
 
work-and-travel-taxback
 
work-and-travel-callcenter
 
work-travel-indy-links
 
INDY Links
  US Visa
  การทำ Passport
  การทำ Resume
  Social security card
  จองตั๋วเครื่องบิน
  จองที่พัก
  บัตรโทรศัทพ์
  บัตรนักศึกษานานาชาติ
Other Links
  Time World
  Exchange Rate
  สภาพอากาศ
  ดูแผนที่อเมริกา
 
 
วีซ่าสหรัฐอเมริกา US Visa
 
เอกสารหลักที่ต้องใช้ในการเดินทางเข้า/ออก และอยู่ในสหรัฐฯ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มี 3 ฉบับ ด้วยกัน คือ หนังสือเดินทาง (Passport) วีซ่าสหรัฐฯ (US Visa) และ หนังสือ I-20/DS-2019
 
  • หนังสือเดินทาง (Passport) คือ เอกสารที่ออกโดยรัฐบาลไทย ที่เราต้องใช้ทุกครั้งในการเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ  และหนังสือเดินทางจะต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันที่เดินทาง
  • วีซ่าสหรัฐฯ (US Visa) คือ ตราประทับในหนังสือเดินทาง  ออกโดยสถานทูต/กงสุลสหรัฐฯ  ซึ่งระบุช่วงเวลาที่อนุญาตให้เราผ่านเข้าสหรัฐฯ   วีซ่ามีหลายประเภท เช่น ประเภทนักท่องเที่ยว นักเรียน ฯลฯ
 
สำหรับวีซ่านักเรียน นิสิตและนักศึกษา (Student Visa) มี 3 ประเภทหลัก ๆ คือ
 
  • F-1 โดยทั่วไป เป็นวีซ่าที่ออกให้นักเรียนทุนส่วนตัว หรือนักเรียนที่ไม่มีข้อผูกพันที่ต้องเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดหลังสำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรม
  • J-1 คือ วีซ่าสำหรับผู้ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษา/ฝึกอบรมตามที่ระบุใน DS-2019 แล้ว มีภาระผูกพันที่จะต้องเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด
  • M-1 คือวีซ่าสำหรับนักเรียนสายวิชาชีพ
 
หมายเหตุ
เฉพาะผู้ถือวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน Work and Travel ชนิด J-1 เท่านั้น ที่ระยะเวลาการอยู่ในสหรัฐฯ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย คือ VISA J-1 มีอายุ 4 เดือน แต่สามารถอยู่ใน USA ได้อีก 1 เดือนหลังจากวีซ่า หมดอายุ ดังนั้น แม้ วีซ่า J-1 จะขาดอายุ ก็ไม่เป็นผลให้นักเรียนอยู่อย่างผิดกฏหมาย อย่างไรก็ตาม มีข้อพึงปฏิบัติสำหรับนักเรียนผู้ถือวีซ่าขาดอายุ ซึ่งเดินทางออกนอกสหรัฐฯ ดังนี้
 
  • หากประสงค์จะเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯ อีกครั้ง จะต้องต่ออายุวีซ่าที่ประเทศบ้านเกิด (ประเทศไทย) ให้เรียบร้อยก่อน

  • หากประสงค์จะไปทัศนศึกษาประเทศอื่นระหว่างการเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านที่ประเทศไทย 
    ให้ต่ออายุวีซ่าสหรัฐฯ ที่ประเทศไทยก่อน แล้วค่อยแวะไปทัศนศึกษาระหว่างทางขากลับเข้า
    สหรัฐฯ อย่าไประหว่างทางขากลับไปประเทศไทย เพราะนักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาตเข้าประเทศ
    ที่จะไปทัศนศึกษา เนื่องจากวีซ่าสหรัฐฯ ขาดอายุ

  • นักเรียนทุนรัฐบาลที่ต้องเปลี่ยนสถานภาพของวีซ่า จาก F-1 เป็น J-1 จะต้องไปยื่นคำขอวีซ่า
    J-1ตามหนังสือ DS-2019 ที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ในประเทศไทย หากตราประทับวีซ่านักเรียน
    เป็นประเภทที่ไม่ตรงตามหนังสือ DS-2019 ที่สถานศึกษาออกให้ นักเรียนอาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐฯ
 
 
 
DS – 2019
 
คือ หนังสือที่ออกโดยสถานศึกษาที่ตอบรับให้นักเรียนเข้าศึกษา เป็นหนังสือแสดงการ
ได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาตามหลักสูตร  หนังสือนี้ต้องมีอายุตลอดระยะเวลาที่ศึกษา (หลังจากเดินทางเข้าสหรัฐฯ แล้ว นักเรียนจะต้องเก็บสำเนาไว้)  ซึ่งทาง IEO จะออกเอกสารดังกล่าวให้เมื่อได้รับเอกสาร (Job offer) ซึ่งแสดงถึงรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับนายจ้าง (Employer) ลักษณะและตำแหน่งงาน (Position) แล้ว
 
 
 
Visa Information Service
 
การสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าส่วนใหญ่จะจัดที่ สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเทพฯ (U.S. Embassy in Bangkok)  ผู้ยื่นคำร้องที่อาศัยและทำงานใน 15 จังหวัดตอนเหนือสุดของประเทศ สามารถยื่นขอรับการสัมภาษณ์ของตนได้ที่ สถานกงสุลสหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่ (U.S. Consulate in Chiang Mai) หากอาศัยหรือทำงาน/ศึกษาเป็นเวลาอาศัยอย่างน้อย 3 เดือนในรอบปีปฏิทิน 12 เดือนก่อนหน้า ใน 15 จังหวัดต่อไปนี้:
 

เชียงใหม่

ลำพูน

พะเยา

สุโขทัย

เชียงราย

แม่ฮ่องสอน

พิจิตร

ตาก

กำแพงเพชร

น่าน

พิษณุโลก

อุตรดิตถ์

ลำปาง

เพชรบูรณ์

แพร่

 

 
ผู้ยื่นคำร้องที่ยื่นเอกสารในจังหวัดเชียงใหม่ต้องนำเอกสารมาสนับสนุนคำกล่าวอ้างเรื่อง
ที่พำนักในจังหวัดเหล่านั้น การมีทะเบียนบ้านอยู่ 1 ใน 15 จังหวัดทางเหนือ ไม่เพียงพอที่จะทำให้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับการนัดสัมภาษณ์ที่จังหวัดเชียงใหม่  สถานกงสุลจะไม่ดำเนินการตามการนัดหมายกับคุณ หากไม่มีเอกสารมาแสดงว่า คุณปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้ในวันสัมภาษณ์ 
 
บุตร/นักเรียนที่อาศัยหรือเรียนอยู่นอกจังหวัดเหล่านี้ อาจยื่นคำร้องในจังหวัดเชียงใหม่ได้ หากผู้ปกครองทำงานหรืออาศัยอยู่ใน 1 ใน 15 จังหวัดที่กล่าวมาข้างต้น
 
หากผู้ยื่นคำร้องไม่มีกำหนดนัดหมายในวันนั้น หรือไปถึงก่อนเวลาหลายชั่วโมง เขาหรือเธอจะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปในสถานทูต
 
โดยเข้าไปลงชื่อผู้เข้าระบบใหม่ เพื่อนัดจองวันสัมภาษณ์ วีซ่าผ่านทางอินเตอร์เน็ต
 
ขั้นตอนและบริการการขอวีซ่าในประเทศไทย
 
ในปัจจุบันทางสถานเอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาใช้ระบบข้อมูลวีซ่าและขั้นตอนการนัดวันสัมภาษณ์ทั่วประเทศ โดยทำการนัดหมายผ่าน “บริการเว็ปไซต์และ Call Center” โดยต้องซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์โดยหักเงินทางบัตรเครดิตหรือจ่ายเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ
เมื่อใช้รหัสประจำตัว (PIN) ท่านจะสามารถหาข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราว
สำหรับสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน
 
 

เปรียบเทียบบริการทางเว็บไซต์และบริการทางโทรศัพท์ (Call Center)

บริการทางเว็บไซต์

บริการทางโทรศัพท์ (Call Center)

จองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิก
ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน

จองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิก
ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน

ค่าธรรมเนียม 456 บาท

ค่าธรรมเนียม 760 บาท

ไม่ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ โดยตรง

ติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง

ข้อมูลหาอ่านได้ทางอินเตอร์เน็ต

เจ้าหน้าที่ตอบคำถามต่างๆ ของท่าน

บริการตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด

บริการเวลา 08.00 – 17.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการไทย

ภาษาที่ใช้: ไทยและอังกฤษ

ภาษาที่ใช้: ไทยและอังกฤษ

สามารถเข้าเว็บไซต์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายใน
เวลา 90 วันหลังซื้อรหัสประจำตัว (PIN) หรือ 10
วันหลังวันนัดสัมภาษณ์ขึ้นอยู่กับว่าเวลาใดมาถึงก่อน

โทรติดต่อสอบถามได้ 3 ครั้ง

สามารถยกเลิกและขอนัดสัมภาษณ์ใหม่ได้ 2 ครั้ง

สามารถยกเลิกและขอนัดสัมภาษณ์ใหม่ได้ 2 ครั้ง

 
การซื้อรหัสประจำตัว (PIN)
 
ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท
ท่านสามารถซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard รหัสประจำตัว (PIN) นี้สามารถใช้ได้ทันที
 
 บริการทางเว็บไซต์ :
 http://thailand.us-visaservices.com
https://thailand.us-visaservices.com/Forms/CreateGroupUser.aspx
 

บริการทางโทรศัพท์ (Call Center) :  001-800-13-202-2457

 
ข้อมูลทางด้านวีซ่า: (+66) 0 2205 5003 (ภาษาอังกฤษ) , (+66) 0 2205 5007 (ภาษาไทย)
 
 
ที่ทำการไปรษณีย์
ท่านสามารถใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ รหัสประจำตัว (PIN) นี้สามารถใช้ได้หลังเวลา 13.00 น. ในวันทำการถัดไป
 
ขั้นตอนใหม่ในการขอวีซ่า
 
1. ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ ตามสาขาต่างๆ ที่ระบุใน http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/NIVChecklist.pdf
 
2. ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต หรือใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ
 
  • บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางเว็บไซต์ ค่าธรรมเนียม 456 บาท หรือ

  • บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียม 760 บาท
 
3. จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน (สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่หรือน้อง)
 

4. หาข้อมูลจาก

  • เว็บเพจของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และสถานกงสุลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm และ http://bangkok.usembassy.gov/consulcm/

  • เว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ ภายในเวลา 90 วันหลังซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์

  • Call Center เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ สามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ 3 ครั้ง เมื่อซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
 
5. เตรียมเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด
 
6. เฉพาะผู้ขอวีซ่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ณ ที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิง
ราคา 55 บาท
 
7. ไปที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลฯ ตามวันเวลาสัมภาษณ์ที่นัดหมาย
 
8. เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพมหานคร ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ที่สถานทูตฯ ราคา 55 บาท
 
9. หนังสือเดินทางส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ
 
 
 
Home l About l Contact l Gallery l Download l Links