| |
| การเขียนประวัติย่อ Resume |
| |
|
| |
ในการสมัครงานเพื่อให้ได้งานตามที่น้องๆ หวัง น้องๆ ต้องเตรียมตัวในการติดต่อผ่านจดหมาย
และเอกสารซึ่งแสดงถึงคุณสมบัติของน้องๆ ที่โดดเด่นตรงใจนายจ้างเหนือกว่าคู่แข่งคนสมัครอื่น ๆ
น้อง ๆต้องเตรียมเอกสาร เช่น Resume, Cover Letter, Transcript, Prove of student status etc.
ซึ่งแสดงถึงตัวของน้องเพื่อสมัครงานกับนายจ้าง ดังนั้น น้องๆ จึงต้องเขียน Resume ให้มีดึงดูดใจ
แก่นายจ้างและแสดงถึง คุณสมบัติของน้อง
วิธีการและเทคนิคการเขียนประวัติย่อ (Resume) มีดังนี้ |
| |
| ประวัติย่อคืออะไร |
 |
| |
| "ประวัติย่อ" นี้ มีชื่อเรียก เป็นภาษาอังกฤษ ได้หลายคำ คือ |
| |
- Personal data
- Curriculum vita เรียกต่อๆ ว่า CV
- Bio-data
- Data sheet และคำที่ใช้กันบ่อยก็คือ
- Resume
|
| |
อนึ่ง คำว่า "Resume" นี้มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า resume ซึ่งก็มีความหมายว่า Summary
แปลเป็นไทยว่า สรุปหรือย่อ ฉะนั้นเวลาเขียน จะใช้การสะกดแบบ ฝรั่งเศส หรือแบบภาษา
อังกฤษ ก็ได้ด้วยกันทั้ง 2 แบบ |
| |
ปัจจุบันนี้ Resume นับว่ามีความสำคัญเท่าๆ กับจดหมายสมัครงาน (Application Letter)
ก็แทบจะว่าได้ จะเห็นได้จากข้อความที่ลงโฆษณางานตามหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารต่างๆ
โดยฝ่ายนายจ้างจะบอกให้ผู้สมัครส่ง Resume แนบไปพร้อมกับจดหมายสมัครงานด้วย
ดังจะดูได้จากข้อความที่ลงโฆษณา ซึ่งจะระบุโดยละเอียดว่า ผู้สมัครต้องแนบเอกสารอะไร
ไปพร้อมกับจดหมายนี้บ้าง เช่น |
| |
1. If you are interested, please send application in English with resume, detailed with your experience and qualifications together with one recent photo to............
(ถ้าท่านสนใจ โปรดส่งจดหมายสมัคร เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยประวัติย่อและรายละเอียด เกี่ยวกับประสบการณ์และคุณวุฒิ พร้อมกับทั้งรูปถ่ายหนึ่งรูปไปยัง......) |
| |
2. Please submit application letter stating expected salary, resume and a recent photo to............
(โปรดยื่นจดหมายสมัครงาน พร้อมทั้งแจ้งเงินเดือนที่ต้องการ พร้อมทั้งแนวประวัติย่อ และรูปถ่ายปัจจุบันหนึ่งรูปไปที่...........) |
| |
3. Please send handwritten application, resume, transcript and a recent photo to..............
(โปรดส่งจดหมายสมัครงานเขียนด้วยลายมือแนบประวัติย่อ ผลการศึกษาและรูปถ่ายปัจจุบันไปยัง............) |
| |
4. Please address your application with full resume, salary expected, recent photograph, and telephone number to...............
(โปรดส่งจดหมายสมัครงานพร้อมด้วยประวัติย่อ เงินเดือนที่ต้องการ รูปถ่ายปัจจุบัน และหมายเลขโทรศัพท์ไปยัง.........) |
| |
5. Interested person please send application with full resume, salary required and a recent photo to .........)
(ผู้ที่สนใจโปรดส่งจดหมายสมัครงานพร้อมด้วยประวัติย่อ เงินเดือนที่ต้องการ และรูปถ่ายปัจจุบันไปยัง............) |
| |
6. Please apply in person or in handwriting in English with full resume giving details of working experience, qualifications, contacting place and telephone number, and send a copy of transcript, ID Card, House Registration together with one recent photo to..........
(โปรดสมัครด้วยตนเอง หรือส่งจดหมายสมัครงาน เขียนด้วยลายมือเป็นภาษาอังกฤษพร้อมทั้งประวัติย่อ ซึ่งให้รายละเอียด เกี่ยวกับประสบการณ์การทำงาน คุณวุฒิ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ และส่งสำเนาผลการศึกษา บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน พร้อมด้วยรูปถ่ายปัจจุบันหนึ่งรูปไปยัง...) |
| |
7. Please apply in writing giving full resume and recent photo to........
(โปรดเขียนจดหมายสมัครงานด้วยลายมือตนเอง พร้อมทั้งให้ข้อมูลเต็มในประวัติย่อและรูปถ่ายปัจจุบันไปยัง.......) |
| |
| จากตัวอย่างทั้ง 7 ข้อที่มาให้ดูนี้ ก็จะพบว่าส่วนใหญ่นายจ้างต้องการ Resume ของเราด้วย นั่นก็หมายความว่า Resume มีความสำคัญมากในกระบวนการสมัครงานเช่นกัน |
| |
|
| |
| Resume มี 3 รูปแบบด้วยกัน |
 |
| |
การเขียน Resume ที่นิยมพูดถึงกันบ่อยที่สุดมีอยู่ 2 แบบ นั่นคือแบบที่ "เรียงตามลำดับเวลา" (Chronological) และ "เรียงตามหน้าที่" (Functional) ทั้งสองแบบมีข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ
ในตัวเอง เมื่อถึงเวลาต้องนำเสนอข้อมูล สำหรับรูปแบบที่สาม ซึ่งผสมทั้งสองแบบแรกไว้ด้วยกัน
กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง ลองมาดูภาพรวมของแต่ละแบบ เพื่อที่คุณจะ
ได้ตัดสินใจได้ว่าแบบไหนคือ Resume ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ |
| |
| 1. เรียงตามลำดับเวลา |
| |
Resume แบบเรียงตามลำดับเวลา เป็นรูปแบบที่ธรรมดาที่สุด และนายจ้างก็ชอบมากที่สุดเหมือนกัน รูปแบบนี้จะเน้นไปที่ ประสบการณ์การทำงาน ประวัติการทำงานของผู้สมัคร จะต้องกลับกันกับลำดั
บเวลา นั่นคืองานล่าสุด จะต้องอยู่บนสุดในรายการ Resume แบบเรียงตามเวลาจะเป็นประโยชน
์อย่างยิ่งถ้าประสบการณ์ทำงานของคุณ มีความเกี่ยวข้องกับงานที่สมัคร และคุณก็ต้องการ
อยู่ในอาชีพสายเดิมต่อไป ว่าที่นายจ้างจะสามารถเห็น ได้อย่างง่ายดาย ว่าคุณทำอะไรไปบ้าง
คุณก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร และเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาอย่างไร ถึงแม้ว่ารูปแบบนี้
จะเป็นที่นิยมมากก็ตาม แต่ก็มีเหตุผลบางอย่างที่ Resume แบบนี้อาจไม่ใช่สำหรับคุณ
ถ้าคุณเพิ่งจะก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าสู่ชีวิตของการทำงาน Resume แบบนี้จะ
ทำให้คุณเป็นผู้ "ขาดประสบการณ์" ไปทันที
หรือถ้าคุณกำลังสมัครงานอีกครั้ง หลังจากที่หายไปเป็นเวลานาน ใน Resume แบบนี้จะบ่งชี้
ได้อย่างดีว่าคุณอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร โดยมีรูโหว่ ในประวัติการทำงานของคุณ จะเป็นหลักฐาน
และคุณก็อาจถูกถามถึงเหตุผลด้วย และในทำนองเดียวกัน ประวัติการทำงาน ที่เต็มไปด้วยงาน
ระยะเวลาสั้นๆ อาจทำให้นายจ้างในอนาคตของคุณ สงสัยว่าคุณจะมีความสามารถ "ถูกจ้าง"
ได้อีกหรือไม่ ประวัติการทำงานยาวๆ อยู่กับบริษัทเพียงแห่งเดียว อาจบอกอะไรเป็นนัยๆ ได้
เป็นต้นว่าคุณอาจรู้สึกอึดอัดใจที่จะทำงานต่อไป |
| |
| 2. แบบเรียงตามหน้าที่รับผิดชอบ |
| |
Resume แบบนี้ไม่ได้เรียงตามลำดับเวลา แต่จะเน้นที่ทักษะ และผลงานของคุณ ประวัติการทำงาน
จะสรุปไว้ หรือหลีกเลี่ยงที่จะนำมารวมกัน ทักษะและประสบการณ์ตรงที่ผ่านมา (รวมถึงการศึกษา)
จะนำมาไว้ตอนต้นของ Resume ซึ่งถูกจัดรวมไว้ เพื่อที่ว่าที่นายจ้างจะได้เห็นว่า ทักษะของคุณนั้น
เกี่ยวกับตำแหน่งที่สมัครอย่างไร (ใน Resume แบบเรียงตามลำดับเวลา นายจ้างอาจแค่ดูที่งาน
ที่คุณเคยทำมาก่อนเพื่อดูว่าคุณมีประสบการณ์ที่เขาต้องการ) Resume แบบนี้
อาจต้องใช้ความพยายาม ในการเขียนมากกว่า แต่คุณก็มีอิสระ ในการเน้นที่พรสวรรค์ของคุณ
แทนที่จะเป็นประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา
Resume แบบเรียงตามหน้าที่รับผิดชอบ จะช่วยคุณได้มาก หากคุณเคยดำรงตำแหน่งคล้ายๆ
กันมาบ้าง ซึ่งจะทำให้คุณ "ตอกย้ำ" ทักษะของคุณได้มากกว่า การลงรายละเอียด ประวัติการทำงาน
ที่ไม่จำเป็น แต่ Resume แบบเรียงตามหน้าที่นี้ อาจเพิ่มความสงสัยให้แก่นายจ้าง ว่าคุณกำลัง
ปิดบังข้อมูลอะไรบางอย่าง ไม่ได้หมายความว่า Resume แบบเรียงตามหน้าที่ จะถูกละเลยหรือ
เป็น Resume ที่ไม่ได้ผล แต่นายจ้างที่กำลังมองหา ประวัติการทำงานที่โปร่งใส ชัดเจนอาจจะ
ไม่ชอบ Resume รูปแบบนี้นัก โดยเฉพาะถ้าคุณใช้ เพื่อปิดบังประสบการณ์ หรือช่วงห่าง ระหว่าง
ประวัติการทำงานของคุณ ถ้าคุณไม่มีปัญหาใดๆ ล่ะก็ จงใช้ Resume แบบเรียงตามลำดับเวลา
จะดีกว่า ถ้าคุณยังชอบไอเดีย ของการเรียงตามหน้าที่ คุณอาจทำให้มันเป็นที่ยอมรับมากขึ้น
โดยการรวมสองอย่างเข้าด้วยกัน |
| |
| 3. Resume แบบผสม |
| |
Resume แบบนี้ก็คือ การนำ Resume แบบเรียงตามหน้าที่ โดยเพิ่มประวัติการทำงานเข้าไป
ทักษะและผลงาน ยังคงนำมาไว้เป็นอันดับแรก จากนั้นตามด้วยประวัติการทำงาน คุณต้องบอก
ด้วยว่าทำงานที่ไหน เมื่อไหร่ และตำแหน่งอะไร Resume แบบนี้จะทำให้นายจ้างไม่ลำบากใจ
ในประสบการณ์การทำงานของคุณ และยังคงทำให้คุณ สามารถเน้นความสามารถ และเน้นว่า
คุณจะใช้ความสามารถนั้น กับงานที่คุณสมัครได้อย่างไร ในขณะที่เหล่านายจ้างทั้งหลาย
ก็ยังคงชอบ Resume แบบเรียงตามลำดับเวลามากกว่า และ Resume แบบผสมผสาน
ก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง |
| |
|
| |
| 7 องค์ประกอบสำคัญของประวัติย่อ Resume |
 |
| |
| เนื้อหาของ ประวัติย่อ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าไม่ทราบเรื่องเหล่านี้แล้ว จะเขียน Resume ให้ดีได้ยาก |
| |
1. หัวเรื่อง (Heading)
ซึ่งประกอบด้วย ชื่อผู้เขียนโดยใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ (Capital Letters) ซึ่งจะอยู่ด้านบนสุด ส่วนที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ ให้ใช้อักษรตัวพิมพ์เล็ก (Low case letters) |
| |
2. จุดมุ่งหมาย (Objective)
จุดมุ่งหมายหรือตำแหน่งที่ต้องการสมัคร (Career objective/Position sought) ถ้าต้องการสมัครในตำแหน่งใด ก็ให้ระบุชื่อตำแหน่งนั้น หรือไม่ก็อาจจะบอกเป็นสายงานที่ตนต้องการทำก็ได้ |
| |
3. การศึกษา (Education)
เช่น จบจากไหน สาขาวิชาอะไร จบเมื่อไร แล้วให้ระบุการศึกษา จบมาล่าสุดไว้ก่อน กล่าวคือ อาจจะเรียงการศึกษา ชั้นสูงสุดไปถึงต่ำสุด ซึ่งโดยมากขั้นต่ำสุด ระบุแค่ชั้นมัธยม ไม่ต้องไปถึงชั้น
ประถม ผลการเรียนเป็นอย่างไร การศึกษาหลักสูตรพิเศษอื่นๆ มีอะไรบ้าง อะไรคือวิชาเอก (Major)
วิชาโท (Minor) ส่วนปริญญาที่ได้รับ ก็ไม่ควรใช้คำย่อ ควรมีคำเต็มกำกับ และในกรณี ที่จบจากต่างประเทศ ก็ควรระบุประเทศ ที่จบการศึกษานั้นๆ มาด้วย เช่น Master of Business Administration (MBA), USA, (ปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจากประเทศสหรัฐอเมริกา)
ส่วนการเขียนชื่อสถาบันการศึกษา และวิชาที่จบนั้น เราสามารถดูได้จากใบแสดงวุฒิ หรือผล
การศึกษา ซึ่งอาจจะเป็น Degree Certificate, Transcript หรือ Mark Sheet ก็ได้ |
| |
4. ประสบการณ์ (Experience)
ประสบการณ์ในการทำงานนั้น มีความสำคัญอย่างมากในการสมัครงาน เพราะนายจ้างสามารถใช้รายละเอียดเหล่านี้ นำไปพิจารณาเกี่ยวกับตัวผู้สมัครได้ว่า เหมาะสมกับงานในหน่วยงานของตนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วนักศึกษาจบใหม่ จะมีประสบการณ์น้อย หรือแทบไม่มีเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ควร ระบุงานที่เคยทำมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทำเต็มเวลา (Full-time) หรือทำไม่เต็มเวลา (Part-time) ก็ตาม หรือแม้แต่งานที่ทำโดยไม่มีค่าจ้างตอบแทนก็ตาม ซึ่งก็อาจจะเป็นกิจกรรมพิเศษ หรือกิจกรรมนอกหลักสูตร (Special-Activities Or Extra-curriculum activities) เช่น เคยเป็นผู้นำนักศึกษา หรือหัวหน้าทีมนักกีฬา เป็นต้น
ในกรณีที่เคยทำงานเต็มเวลา (Full-time employment) มาก่อนก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงงานที่ทำไม่เต็มเวลา หรือกิจกรรมอื่นๆ มากนัก และควรบอกรายละเอียด ที่สำคัญของงานที่เคยทำคือ วันเดือนปีที่เคยทำงาน (Date of employment) ชื่อและที่อยู่ของสถานที่ว่าจ้าง (Companys name and address) |
| |
5. คุณสมบัติพิเศษ (Special Qualifications)
เกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษนี้ไม่ได้บังคับว่าจะต้องมี ถ้าไม่มีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ก็ตัดออกไป คุณสมบัติพิเศษที่กล่าวถึงนี้ เช่น ความสามารถทางด้านภาษา ด้านการเขียน หรือขับรถยนต์ได้
รู้เส้นทางดี เป็นต้น |
| |
6. รายละเอียดส่วนตัว (Personal Details) รายละเอียดส่วนตัวประกอบด้วย
- Sex = เพศ
- age = อายุ
- Date of birth = วันเดือนปีเกิด
- height = ความสูง
- weight =น้ำหนัก
- health = สุขภาพ (ใช้ good health หรือ Excellent)
- address = ที่อยู่
- Marital status = สถานภาพการสมรส (Married/Single) หรืออาจมีรายละเอียดเพิ่มเติม
- religion = ศาสนา
- Military status = สถานภาพทางทหาร
- Place of birth = สถานที่เกิด
- nationality = สัญชาติ
- race = เชื้อชาติ
และในส่วนนี้อาจจะเพิ่มงานอดิเรก (Hobbies) เข้ามาอีกก็ได้ถ้ามี เช่น ว่ายน้ำ (Swimming) ไต่เขา (Hiking) หรือสะสมแสตมป์ (Stamp-collecting) เป็นต้น |
| |
7. บุคคลอ้างอิง (References)
บุคคลที่เป็นนายจ้างเก่าของเรา จะเหมาะสมที่สุดสำหรับใช้เป็นบุคคลอ้างอิง แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะยังไม่ได้ออกจากงาน กลัวนายจ้างจะรู้ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็น ครู อาจารย์ที่เคยสอน เพื่อนร่วมธุรกิจ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ต้องไม่ใช่ญาติ หรือเพื่อนสนิทของเรา และที่เรียกว่าบุคคล
อ้างอิง อีกนัยหนึ่งก็คือ บุคคลที่จะสามารถ ตรวจสอบประวัติและความประพฤติของเราได้ และควร
อ้างมา 2-3 ท่าน พร้อมทั้งที่อยู่ที่จะติดต่อได้ และอาชีพของเขาเหล่านั้น
อนึ่งการส่งรายชื่อบุคคลอ้างอิงนั้น บางหน่วยงานก็ไม่ต้องการในขณะนั้น แต่บางหน่วยงาน ก็ต้องการ
ในทันที ที่ยื่นจดหมายสมัครงาน แต่มีบางกรณี ที่เราไม่สามารถส่งรายชื่อบุคคลอ้างอิงได้ทันที |
| |
|
| |
| Resume ที่ดีเป็นอย่างไร |
 |
| |
| Resume เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้คุณได้งานทำได้ ไม่ว่าจะเลิศเลอสักแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ Resume เรซูเม่ที่ดี จะช่วยดึงดูดความสนใจจากนายจ้างได้ เพราะจุดประสงค์ของ Resume ก็คือการทำให้ "ผลงานของคุณ" กับ "คุณสมบัติที่ว่าที่นายจ้างต้องการ" ใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพราะถ้านายจ้างได้อ่านแล้ว เกิดชอบใจขึ้นมา ก็จะติดต่อนัดหมายคุณเพื่อสัมภาษณ์งาน |
| |
| Resume ก็เหมือน "โบรชัวร์" เล่มเล็กที่จะช่วยโปรโมทคุณ ดังนั้นคุณต้อง "โชว์" ให้ว่าที่นายจ้างของคุณ เห็นว่าคุณมีผลงานยอดเยี่ยมแค่ไหน และมีประสบการณ์อะไรบ้าง กลยุทธ์ที่คุณควรนำมาใช้คือการเน้นการบรรยายประสบการณ์และทักษะ ที่คาดว่านายจ้างกำลังมองหาอยู่พอดี |
| |
| Resume ยังเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงทักษะ ในการสื่อสารและการจัดระบบของตัวคุณเอง Resume ที่ดี จะเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่จะทำให้ว่าที่นายจ้างของคุณ รู้ว่าคุณจะเป็นลูกจ้าง ที่มีค่ามากแค่ไหน ในทำนองเดียวกัน Resume ที่ทำอย่างลวกๆ สุกเอาเผากินจะทำให้คุณหลุดออกจาก "ลู่วิ่ง" ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นเลยด้วยซ้ำ |
| |
มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับ Resume และการเขียน Resume ซึ่งบางครั้งก็อาจจะขัดแย้งกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ก็ล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้น
คำแนะนำของเราคือ การหาหนังสือดีๆ เกี่ยวกับ Resume และเรียนหลักการพื้นฐาน ในการเขียน Resume จากนั้นพยายามเลือกข้อมูลที่ "ใหม่" ให้ทันกระแสมากที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพราะคำแนะนำเกี่ยวกับ Resume นั้นจะยึดกับสถานการณ์ปัจจุบันเสมอ อินเทอร์เน็ตก็มีคำแนะนำ และข้อมูลต่างๆ มากมายให้เลือกใช้ได้ฟรีๆ แต่ส่วนใหญ่ข้อมูลนั้น จะมีรายละเอียดน้อยกว่าหนังสือ |
| |
|
| |
| โครงสร้าง ของจดหมายสมัครงาน (Structure of Application Letter) |
 |
โดยรวบรัด เพื่อสะดวกต่อการใช้งานโดยสรุปแล้วจดหมายสมัครงาน ประกอบด้วยส่วนสำคัญ
อยู่ 8 ส่วนตามโครงสร้างนี้ |
| |
| |
 |
| |
| |
1. ที่อยู่ของผู้ส่งจดหมาย (Sender's address)
ต้องเขียนให้ละเอียด และสะกดคำให้ถูกต้อง |
| |
2. วันเดือนปี (Date)
ควรเขียนคำเต็มอย่าย่อดังที่เคยอธิบายมาแล้ว |
| |
3. ชื่อและที่อยู่ของผู้รับ (Receiver's address)
คือชื่อ และที่อยู่ของนายจ้างซึ่งดูได้จากโฆษณานั้นๆ |
| |
4. คำขึ้นต้นจดหมาย (Salutation)
ก็คือ การทักทายกันนั่นเอง ซึ่งก็มีกฎย่อๆ ว่า ถ้าไม่ทราบชื่อผู้รับก็ใช้ Dear, Sir, Dear Madam, เป็นต้น
และลงท้ายจดหมายว่า yours faith fully, แต่ถ้าทราบชื่อผู้รับก็ให้ใช้ผู้รับ เช่น Dear Mr. Aslin,
และลงท้ายจดหมายว่า Yours Sincerely, เป็นต้น |
| |
5. เนื้อหาของจดหมาย (Body of Letter)
โดยปกติเนื้อหาจดหมายจะแบ่งออกเป็นแค่ 3 ย่อหน้าเท่านั้น โดยแต่ละย่อหน้าประกอบด้วยเนื้อหา
คร่าวๆ ดังนี้ |
ย่อหน้าที่ 1 - วัน เดือน ปี ของข้อความที่ลงโฆษณา - แหล่งที่พบข้อความที่ลงโฆษณา -
บอกตำแหน่งงานที่ตนสมัคร
ย่อหน้าที่ 2 - อายุของผู้สมัคร - สถานภาพการสมรส และสุขภาพ - วุฒิการศึกษา พร้อมทั้ง
ระบุวิชาที่เรียน - ประสบการณ์ที่สำคัญ หรือความสำเร็จที่ได้รับการยกย่อง
ย่อหน้าที่ 3 - อาจจะบอกว่าได้แนบเอกสารอื่นๆ มาด้วย - บอกเหตุผลที่ต้องการงานนี้
-ขอเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ |
| |
6. คำลงท้ายจดหมาย (Complimentary Close)
(ดูเพิ่มเติมในข้อ 4) |
| |
7. ลายเซ็น (Signature)
เมื่อเซ็นแล้วต้องมีชื่อนามสกุลเต็มกำกับไว้ด้วย |
| |
8. สิ่งที่ส่งมาด้วย (Enclosures)
อาจจะใช้คำย่อว่า Enc: หรือ Encl: แล้วระบุเอกสารที่แนบไปด้วยนั้น ตามลำดับ ครับก็คงจะละเอียด พอที่จะเข้าใจนะครับ |
| |
|
| |
| สำนวนภาษาอังกฤษในการเริ่มต้นจดหมาย |
 |
| |
หลังจากที่ได้นำเสนอ เรื่องโครงสร้างจดหมาย สมัครงานไปแล้ว ในตอนนี้ เราจะมาดู เรื่องสำนวน
ภาษาอังกฤษ ในการเริ่มต้น จดหมายกันครับ ซึ่งก็มีสำนวน ภาษาอังกฤษ ในการเริ่มต้น
จดหมายกันครับ ซึ่งก็มีสำนวน ที่น่าสนใจ ดังนี้ |
| |
1. Your advertisement for a ......... in ......... dated ...... has Prompted me to ask you to
consider my qualifications.
(โฆษณาแจ้งความของท่าน สำหรับตำแหน่ง ........ ในหนังสือพิมพ์ ...... ลงวันที่ ...... กระตุ้นให้กระผมเกิดความสนใจ ที่จะใคร่ขอร้องให้ท่าน ช่วยพิจารณา คุณสมบัติของกระผมด้วย) |
| |
2. With reference to your advertisement in........... of......... I would like to apply for the
position of ............ in your company.
(ตามที่ท่านได้ลงโฆษณา แจ้งความในหนังสือพิมพ์ ..... ลงวันที่ ...... กระผมมีความประสงค์ที่
จะสมัครงาน ในตำแหน่ง ....... ของบริษัทท่าน) |
| |
3. In ......... dated......... I noticed your advertisement for....... May I please be considered
an applicant for this position?
(ในหนังสือพิมพ์ ...... ลงวันที่ ........... กระผมพบโฆษณา แจ้งความของท่านสำหรับตำแหน่ง .......
กระผมใคร่ขอความกรุณา ให้ท่านพิจารณา กระผมเป็นผู้สมัครงาน ในตำแหน่งนี้ด้วย) |
| |
4. I read your advertisement in .......... of .......... for a person to fill the position of ..........
l would like to apply for this position.
(กระผมได้อ่านพบโฆษณา แจ้งความของท่าน ในหนังสือพิมพ์ ....... ฉบับประจำวันที่ .....
รับสมัครบุคคล เข้าทำงานในตำแหน่ง ....... กระผมมีความประสงค์ ที่จะสมัครงานในตำแหน่งนี้) |
| |
5. I wish to apply for the post of ....... advertised in...........
(กระผมมีความประสงค์ ที่จะสมัครงาน ในตำแหน่ง ............................ ซึ่งลงโฆษณา แจ้งความ ในหนังสือพิมพ์ ..............) |
| |
6. I have read with interest your advertisement in.............. and wish to apply for the
position of...........
(กระผมได้อ่านโฆษณาแจ้งความ ของท่านในหนังสือพิมพ์ ............ ด้วยความสนใจและมีความประสงค์ ที่จะสมัครงานในตำแหน่ง ..................) |
| |
7. I am very interested in the vacancy you are now advertising in the .......... for a...........
And would like to apply for the post.
(กระผมมีความสนใจอย่างมาก ในตำแหน่งงานที่ว่างลง ซึ่งท่านกำลังลงโฆษณาแจ้งความใน
หนังสือพิมพ์ ......... สำหรับตำแหน่ง ........... และกระผมใคร่ที่จะสมัคร ในตำแหน่งนี้) |
| |
8. I am writing to enquire whether you have a vacancy in your company where
I could use my experience and qualifications.
(กระผมเขียนจดหมาย มาสอบถามว่า ท่านมีตำแหน่งงานว่าง ในบริษัทของท่านหรือไม่
ซึ่งกระผมสามารถใช้ประสบการณ์ และคุณสมบัติได้) |
| |
| สำนวนภาษาอังกฤษใช้ในจดหมายสมัครงาน |
| |
ผู้สมัครงานต้องไม่ลืมว่า การเริ่มต้นจดหมายกับการลงท้ายจดหมายนั้น มีความสำคัญเท่าเทียมกันเลยทีเดียว และต่อไปนี้เป็นสำนวน การลงท้ายจดหมายในย่อหน้าสุดท้าย ซึ่งก็จะเน้นตรงที่ว่า ขอให้ได้เข้าสัมภาษณ์ก่อน อย่างอื่นเอาไว้ว่ากันทีหลัง ดังนี้ |
| |
สำนวนเกี่ยวกับการลงท้ายจดหมาย พร้อมทั้งขอเข้ารับ การสอบสัมภาษณ์ |
| |
1. May I have an interview to discuss my qualifications with you in greater detail?
I can come to your office at any time convenient to you (whenever you suggest).
My telephone number is....................................
(ขอได้โปรดเรียกกระผม เข้าสอบสัมภาษณ์ เพื่อจะได้ทราบ รายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับคุณสมบัติของกระผม กระผมสามารถ มายังสำนักงานของท่าน เวลาใดก็ได้ ตามที่ท่านจะสะดวก (ตามที่ท่านจะนัดหมาย) หมายเลขโทรศัพท์ ของกระผมคือ...........)
2. After you have had an opportunity to review my qualifications and examine
the enclosed resume, will you please call me at...........or write me about the possibility
of beginning a career with your company. I would appreciate the opportunity to
discuss my qualifications with you.
(หลังจากที่ท่านได้มีโอกาสพิจารณา คุณสมบัติของกระผม และตรวจสอบประวัติย่อที่แนบมา
แล้ว ขอได้โปรดเรียกตัวกระผม ตามหมายเลขโทรศัพท์............... หรือส่งจดหมาย แจ้งให้กระผม
ทราบเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ที่จะได้เริ่มงานในบริษัทของท่าน กระผมจะขอบคุณมาก
ถ้าได้มีโอกาสได้พูดกับท่าน เกี่ยวกับคุณสมบัติของกระผม)
3. May I have the favour of a personal interview? I am free any time to come to your
office. You may telephone me at...................or write to me at the above address.
(ขอได้โปรดให้กระผม ได้มีโอกาสเข้ารับ การสอบสัมภาษณ์ เป็นการส่วนตัว กระผมว่าง
ที่จะไปยังสำนักงาน ของท่านได้ทุกเวลา ท่านอาจจะโทรศัพท์ถึงกระผม ได้ตามหมายเลขนี้.
.......... หรือส่งจดหมายถึงกระผม ตามที่อยู่ข้างบนนั้นก็ได้)
4. May I have an opportunity for a personal interview? I would be grateful for the
opportunity to discuss the matter with you at your convenience.
(โปรดให้กระผมได้มีโอกาส เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ เป็นการส่วนตัว กระผมจะขอบ
คุณมาก ถ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับท่าน ตามเวลาที่ท่านจะสะดวก)
5. A statement of my qualifications is enclosed. I shall be pleased to provide
further details at a personal interview, and I can come to your office when it is
convenient to you. You may reach me at the above address.
(กระผมได้แนบใบแสดงคุณสมบัติ ของกระผมมาพร้อมกันนี้แล้ว กระผมยินดีที่จะให้ราย
ละเอียดเพิ่มเติม เมื่อได้เข้ารับ การสอบสัมภาษณ์เ ป็นการส่วนตัว และกระผมสามารถ
มายังสำนักงานของท่านเมื่อใดก็ได้แล้วแต่ท่านจะสะดวก ท่านอาจจะติดต่อ กับกระผม
ตามที่อยู่ข้างบนนั้นก็ได้)
6. I look forward to the pleasure of a personal interview.
(กระผมหวังว่าคงจะได้รับความกรุณา ให้ได้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัว)
7. I hope you will consider my application favourably and grant me an interview.
(กระผมหวังว่า ท่านจะพิจารณาใบสมัครงาน ของกระผมในทางดี และอนุญาตให้กระผม ได้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์)
8. I would appreciate an interview and the opportunity to give you more
details about myself.
(กระผมจะขอบคุณมาก ถ้าได้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ และได้มีโอกาสให้รายละเอียด
เกี่ยวกับตัวของกระผมกับท่าน)
9. I would be very happy to call upon you at your convenience and discuss
the possibility of putting my education and experience to work in your company.
Please let me know when it is convenient and I will be there.
(กระผมจะยินดีมาก ถ้าได้เข้าพบท่านตามเวลา ที่ท่านจะสะดวก เพื่อจะได้พูดคุยเกี่ยว
กับความเป็นไปได้ ที่กระผมจะได้ใช้ความรู้และ ประสบการณ์ในการทำงาน ในบริษัท
ของท่าน โปรดแจ้งให้กระผมทราบเมื่อท่านสะดวก และกระผมจะไปพบท่านตามนั้น) |
| |
| สำนวนที่ควรหลีกเลี่ยงในจดหมายสมัครงาน |
| |
| ควรหลีกเลี่ยงการเริ่มต้นจดหมาย ในลักษณะนี้ |
- This is in reply to your advertisement in......................................
- This is in answer to your advertisement for...........in...........................
- Your advertisement for...........caught my eye as I read todays...........................
- Do you need...................who is experienced, hard-working and hones? I happened to notice your advertisement for one in......................................
- Thinking that you may require............................. I am writing this letter to you.
จะเห็นว่า สำนวนจากข้อ 1 ถึง 5 นี้ บางข้อก็จำเจ บางข้อก็ฟังดูเป็นการโอ้อวดเกินไป
- May I take the liberty of sending you my application?
- I beg to apply for the position of.............................
- I take the liberty of submitting my application.
- I submit my application for your sympathetic consideration.
- I submit my application for the said post.
- I submit my full particulars hereunder.
- I should feel highly obliged if you could kindly select me for the post
สำนวนจากข้อ 6 ถึง 12 นั้น เป็นภาษาอังกฤษที่เขียนแบบ เป็นทางการแบบเก่า ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการใช้เนื้อหาจดหมายในลักษณะนี้
|
| |
- I am an experienced typist. (ดิฉันเป็นนักพิมพ์ดีดที่มีประสบการณ์)
การใช้คำขยายว่า experienced ดูเป็นการให้ข้อมูลที่กว้างเกินไป ควรจะคำนวณความเร็วของการพิมพ์ (Typing speed) ไปเลยว่านาทีละกี่ค่ำ เช่น
My Thai (English) typing speed is ..........................words a minute. |
| |
- I have had four years experience with a well-known export company. (ผมมีประสบการณ์ 4 ปี กับบริษัทส่งออกที่มีชื่อเสียง)
แทนที่จะใช้คำว่า Well-known ก็ให้ระบุชื่อบริษัทไปเลย เพราะนายจ้างจะทราบเองว่า บริษัทที่เราเอ่ยถึงนั้นมีชื่อเสียงมากน้อยเพียงใด เราไม่ควรพูดยกยอเสียเอง |
| |
- .............the same. (ระบุไปเลยว่าเป็นอะไร)
- Your esteemed company.
- If you will be good enough to offer me a chance.
- I am enclosed herewith a copy of..................
- .............to your complete/entire satisfaction.
- instant (เดือนนี้) คำนี้ไม่ควรใช้ให้ระบุเดือนลงไปเลย
- ...........at the early date.
- Resume and Degree Certificate are enclosed herewith for your perusal.
ตัดคำว่า herewith ออก ส่วนคำว่า perusal ให้ใช้คำว่า consideration แทน
- Attached herewith is my resume.
- Please find enclosed my resume. (สำนวนนี้นิยมใช้ในจดหมายธุรกิจ)
- as per/pursuant to .........
|
| |
| ควรหลีกเลี่ยงการลงท้ายจดหมายในลักษณะนี้ |
| |
- A waiting the pleasure of a favorable response.
- In this endeavor I was eminently successful.
- Trusting you will give this application due and favorable attention.
- If you have any questions, please do not hesitate to let me know.
- If interested, please let me know.
- Thanking you once again.
- Hoping to hear from you soon.
- I hope you will not disappoint me.
- Thanking in anticipation/advance.
- Awaiting your early reply.
- I bet to remain.
- I have the honour to remain. Sir.
- Your most obedient servant.
|
| |
|
| |
| ประวัติย่อสำหรับเด็กจบใหม่ |
 |
| |
ในการสมัครงาน ตำแหน่งเดียวกัน องค์กรเดียวกัน ของคนแต่ละคนไม่ได้หมายความว่า จะต้อง
ใช้รูปแบบ การเขียนประวัติย่อ ในการสมัครงาน ของคนทุกคนจะเหมือนกัน แต่จำเป็นต้องเขียน
ใบสมัคร ให้เหมาะกับสถานะ ของตัวเอง พูดง่ายๆ ก็คือ คนมีประสบการณ์ ต้องเขียนใบสมัคร
ของคนมีประสบการณ์ ส่วนเด็กจบใหม่ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ ทำงานมาก่อน ก็ต้องใช้อีกรูป
แบบหนึ่ง ที่เหมาะสมกว่า |
| |
ตัวอย่างประวัติย่อ |
| |
RESUME
THANAPOL CHADCHAIDEE
50/22 Sukhaphiban 3 Road
Bangkok 10240
Telephone 3735135
| CAREER OBJECTIVE |
: |
To design and implement programmers in broadcast journalism and to use my skills in communications to develop innovative television and radio dialogue. |
EXPERIENCE |
: |
COMMUNICATIONS |
- Helped edit university's magazine for one year. |
LEADERSHIP |
- Coordinated a fund-raising drive for an audio-visual club. |
BROADCAST JOURNALISM |
- Designed an educational programmed for children. Received award from the University Council. |
|
EDUCATION |
: |
Bachelor of Arts, 19........... University
Major : Mass Communications
Minor : Audio Visual |
PERSONAL |
|
|
INFORMATION |
: |
Birthdate : 26 December 1956.
Marital Status : Single
Health : Excellent
Interest : Reading, Stamp-collecting |
OTHER |
|
- |
QUALIFICATIONS |
: |
Ability to type both Thai and English at 50 wpm. And 60 wpm. Respectively. |
REFERENCES |
: |
Full references will be supplied on request. |
|
|
| |
| เขียน Resume กรณีมีประสบการณ์ |
| |
| โดยมากใช้ในกรณีที่ผู้สมัครมีประสบการณ์มาก่อน และรู้ตำแหน่งแน่นอนว่า ตนสมัครในตำแหน่งใด ดังนี้ |
| |
ตัวอย่างประวัติ |
| |
 |
| |
|
|
|
|